| ☆ M y n t ☆'s profile☆ |E o n \/ o u S ☆PhotosBlogLists | Help |
☆ |E o n \/ o u S ☆* M y n t * |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
February 13 ความรัก 5 จำพวกความรัก... ได้แบ่งบุคคลออกเป็น 5 จำพวก คุณเป็นคนประเภทไหนกัน 1."ผู้สมหวังตลอดเวลา" คำพูดติดปากคือ "วันนี้คุณสวยจังเลย ทำให้ผมรักคุณเพิ่มขึ้นอีกแล้ว" เช่น ผู้ที่กำลังจีบกันแล้วไปได้ดี เป็นแฟนกันใหม่ๆ หรือเพิ่งแต่งงาน กำลังหวานกันได้ที่ ฯลฯ (ลองนึกถึงวันเหล่านี้ของคุณสิ แล้วคุณจะยิ้ม) บุคคลในกลุ่มนี้มักจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ความรักของพวกเขานั้น มีรสชาติอยู่เสมอ หลายๆคนอยากจะอยู่ในกลุ่มนี้ ทำได้ครับ ลองปฏิบัติกับแฟน/สามี/ภรรยา ของคุณแบบตอนที่คุณจีบกันใหม่ๆสิ มันทำให้รสชาติชีวิตคุณไม่จืดชืดจริงๆนะ :D ช่วงปลายปี คนเหล่านี้ใช้เวลาอยู่กับแฟน/คู่ครองแน่นอน แล้วผ่านคืนวันสิ้นปีโดยการ Countdown และอวยพรปีใหม่ให้กันเป็นคนแรกของปี
2."ผู้สมหวัง" คำพูดติดปากคือ "ลูกเราจะเรียนต่อที่ไหนดี" เช่น สามี-ภรรยาที่อยู่กินกันมาระยะหนึ่ง ผู้คนเหล่านี้จะมีความ"ผูกพัน"กันมากกว่า"ความรักที่มีรสชาติ" หลายๆคนในกลุ่มนี้ จะเริ่มเฉยๆกับความรักที่ผ่านมา จะอยู่กับแบบ"เพื่อน"เพื่อพูดคุย ปรึกษากันมากกว่า ผู้คนกลุ่มนี้จะเน้นถึงความมั่นคงในชีวิตในอนาคต วางแผนอนาคตร่วมกัน คิดเรื่องการงาน สุขภาพ ครอบครัว ลูก เป็นหลัก ช่วงปลายปีนี้ผู้คนเหล่านี้มักจะเที่ยวกันเป็นครอบครัว หรือไม่ก็อยู่บ้าน อบอุ่นดีนะ
3."ผู้เป็นกลาง" คำพูดติดปากคือ "ขอผมพร้อมในทุกๆเรื่องก่อนนะ" เช่น คนที่ทุ่มเทชีวิตให้งาน การเรียน เพื่อน เป็นหลัก (พวก Lucky In Game ทั้งหลายแหละ) ผู้คนเหล่านี้จะมีสิ่งยึดเหนี่ยวชีวิต โดยจุดมุ่งหมายของคนเหล่านี้คือ จะ"มุ่งสู่บันไดขั้นสูงสุด"ของสิ่งที่ตนเองต้องการ เช่น "ผู้บริหาร" "เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง" ฯลฯ ผู้คนเหล่านี้มีแนวโน้มว่า"จะมีคนมาชอบ"เยอะ แต่ถ้าจะชอบจะรักพวกเขานั้น ต้องเข้าใจตัวตนของเขาและยอมรับด้วย ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนให้พวกเขามาสนใจเราแทนสิ่งที่เขาชอบ ไม่งั้นจะถูกทิ้งได้ง่ายๆ :P แต่บุคคลเหล่านี้ ก็มีช่วงอารมณ์อ่อนไหว หรือเหงาๆบางช่วง เหมือนกันนะ ช่วงปลายปี คนเหล่านี้จะทำสิ่งที่เขาชอบเป็นหลัก ไม่เน้นว่าทำคนเดียวหรือกับเพื่อนๆ/ครอบครัว ขอเป็นสิ่งที่เขาอยากทำ งานอดิเรกต่างๆ ฯลฯ
4."ผู้ผิดหวัง" คำพูดติดปากคือ "ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่ได้เศร้า(น้ำเสียงสั่นๆ)" เช่น รักเค้าข้างเดียว รักคนมีเจ้าของ อยากให้คนมารักแต่ไม่มี ผู้คนเหล่านี้ จะมีมุมมองต่อความรักเป็น "ขอให้ได้รักก็พอ" "อีกฝ่ายจะว่าอย่างไรก็ช่าง รักซะอย่าง" แต่คำพูดเหล่านี้ หลายๆคนอาจพูดจากใจจริง แต่อีกส่วนหนึ่งพูดออกมาเพียงลอยๆโดยใจจริงแล้ว "อยากเอาชนะเท่านั้นล่ะ" ความรักที่สมบูรณ์นั้นย่อมประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ ผู้ให้ และ ผู้รับ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายนั้น"พร้อมที่จะเป็นทั้งสองอย่าง" ไม่ใช่ว่าให้ฝ่ายเดียวหรือรับฝ่ายเดียว ความรักไม่ใช่การลงทุนหรือเกม แต่เป็นเรื่องของความรู้สึก ถ้าเกิดเข้ากันได้แล้ว ไม่ต้องมาฝืนทุ่มเทหรือวางแผนอะไรหรอก มันจะเป็นไปอย่างลงตัวตามธรรมชาติเองล่ะ ไม่ต้องเร่งขวนขวายไขว่คว้า ความรักไม่ใช่การควานหาเพื่อมาครอบครองแบบสมบัติ แล้วคุณจะรู้ว่า "คนที่รักคุณน่ะ อยู่รอบๆตัวคุณเองน่ะแหละ" ปลายปี คนกลุ่มนี้ก็มักจะทำกิจกรรมกับเพื่อนๆหรือครอบครัวล่ะครับ เพราะมันทำให้ชีวิตของพวกเข้านั้น "ลืมความเศร้าและผิดหวังได้ดีที่สุด"
5."ผู้ปิดตัว" คำพูดติดปากคือ "ยังไม่เจอคนที่ใช่น่ะ" หลายๆคนในกลุ่มนี้จะมอง "ความรัก" ในแง่มุมลบ ซึ่งอาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ผิดหวังอย่างแรงเรื่องนี้มาก่อน คนรอบข้างล้มเหลวในเรื่องนี้ ทำให้คนกลุ่มนี้สร้างค่านิยมขึ้นมาในแง่ลบ และปิดใจปิดตัวเองอย่างสมบูรณ์ ไม่พร้อมจะรักใครอีกแม้ว่าจะมีคนเข้ามา คนกลุ่มนี้ก็เป็นอีกกลุ่มที่มีปริมาณคนที่เข้ามาชอบมาจีบ"สูงมาก" การที่จะทำลายกำแพงของคนกลุ่มนี้เป็นเรื่องค่อนข้างยาก คุณต้องเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาให้ได้และทำให้พวกเขาเปลี่ยนมุมมองความรักให้เป็น"แง่บวก" ซึ่งคุณจะต้องเข้า spec ของเขาให้ได้มากที่สุด ถึงจะทำได้ ยากนะ แต่ไม่ได้ยากเกินความสามารถมนุษย์หรอก สู้ๆ ^^ คนกลุ่มนี้ส่วนนึงเป็นผู้ที่ "PERFECT" จึงทำให้หวังกับความรักสูงมากๆ (Spec สูงมากๆน่ะแหละ) ซึ่งถ้าลดๆ spec ลงก็อาจจะมีคนเข้าตาเพิ่มขึ้นนะ ลองดู คนกลุ่มนี้จะใช้เวลาปลายปีกับเพื่อนๆเป็นหลัก เที่ยวกับเพื่อนได้ทั้งเพื่อนโสดและไม่โสด เพราะว่าพวกเข้านั้น ยัง"ปิดตัวเอง"อยู่ แล้วคุณล่ะ เป็นคนกลุ่มไหน :D January 16 ถนน.. เดินย่ำก้าวไปสู่เส้นทางที่มองไม่เห็นสิ่งใดเบื้องหน้า.. มองเห็นแค่เพียงพื้นถนนสีเทาลาดยาวออกไปไม่สิ้นสุด ทั้งที่รู้ว่าอาจจะ้ต้องพบเจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิด อาจจะอันตราย หรือปลอดภัย ไม่มีทางรู้ได้ แ่ต่เส้นทางเส้นนี้ที่ฉันตัดสินใจ.. จะนำพาฉันไปสู่ที่ๆ ...ฉันต้องการ สถานที่ซึ่งหลายคนอาจจะมองข้ามหรือหวาดกลัว.. ฉันก็จะเสี่ยงกับมัน... อย่างน้อยตอนนี้ที่ข้างๆ ฉัน ก็มีแสงที่สว่างไสว..คอยส่องทางให้ฉันเห็นในก้าวแต่ละก้าว ว่าทุกก้าวนั้น จะมั่นคง.. และฉันจะไม่สะดุดสิ่งใดล้มลง..ระหว่างทาง ฉันคงไม่จำเป็นต้องหันหลังกลับไปมองสิ่งที่ฉันเคยผ่านพ้นมา และไม่ต้องกลับไปหวนคิดในสิ่งที่ได้เป็นอดีตไปแล้ว ในตอนนี้ฉันมีแค่ปัจจุบันและอนาคต.. ...ที่นั่งรอฉันอยู่ ในโลกแห่งความฝัน.. ซึ่งเป็นความฝันที่ฉันสามารถเข้าไปหามันได้ด้วยตัวของฉันเอง.. โดยไม่ต้องหลับ... .... January 13 "I Do Believe In Love""I Do Believe In Love" They say we never landed on the moon There's no wind there, they assume I guess conspiracies are nothing new, But I'm sure I've been there with you. And I don't believe that in space The only life is here on earth How could we be the only race That loves and hates 'til death from birth? But I do believe in love, Though I should never rely on love Nothing else excites me, But loving you. Is it true a politician's heart Can rust away and fall apart? I guess it must be hard, It must be hard, To know what's good and to know what's easy You might think it's strange, For all my wild ideas, But I do not believe that change, Can ever happen without tears. But I do believe in love, Though I should never rely on love Nothing else excites me, But loving you January 06 Edge of iceEvery single time I step on the ice I think of how lucky I am that I can skate. I love to skate. I'll probably never do a triple or double axel, but I have my own goals that I know I can fulfill. Maybe I'll be AN champion someday. Skating transcends me from everything else that's going on in my life. When I'm on the ice, that's where I'm focused. The ice is the best home I know. What inspired me? I guess it's the way skating made me feel inside. I know this sounds funny, but I just feel like this is something I need to do. From time to time I have thought about stopping, and my soul just falls apart. I need my fix to be challenged, to "fly", to feel beautiful, to be scared, to just be me, and just be alone with my thoughts as a person. I'm inspired by skating which gives me all these "gifts". ~*DaRe To DrEaM dArE tO fLy, DaRe To Be ThE aIr ThE cHoSeN oNe To ToUcH tHe SkY, dArE tO rEaCh DaRe To RiSe, FiNd ThE sTrEnGtH tO sEt My SpIrIt FrEe, DaRe To DrEaM!*~ วันนั้น.. จำได้เลยตอนอยู่ ป. 5 ได้ไปเที่ยวที่เดอะมอลล์ ..(ไหนก้อไม่รู้) แล้วที่นั่น ก็มี Rinks ( =ลาน ice ) ที่ปัจจุบันเลิกไปแล้ว ....ครั้งแรกในชีวิตที่เห็นลาน ของจริง ครั้งแรกกับความรู้สึกที่ตื่นเต้น ในใจรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่ว ทั้งๆที่ อากาศภายในนั้นก็เย็นมาก... ...ตอนนั้นคิดว่า "...โอ้โฮ...อยากลองเล่นจังเลยน้ะ.." แต่ก็ไม่กล้าพูดคำพูดใดออกมา เพราะรู้สึกว่า กลัวที่จะไปอยู่ในสถานที่ ที่มีคนเยอะๆ เช่นนั้น.. แต่ว่า พ่อกับแม่ ก็คงเห็นสายตาแวววาว เป็นประกาย(เลยมั้ง) เลย สนับสนุนให้ลองไปเล่นดู.. .... เมื่อทันทีที่ก้าวลงไปบนลานสีขาว ความรู้สึก เบาๆ และเหมือนเป็นอีกที่นึงบนโลกนี้ ก็เข้ามาในใจเลย ...ใช้เวลาเพียง 1-2 ชม. ก็สามารถเดินได้ เนื่องจากเคยเล่น Roller blade มาก่อน.. ...ยอมรับ ว่าชอบ.. และสนุกมาก.. แต่ก็ไม่ได้ประทับใจอะไรขนาดนั้น..นอกจากคิดว่า " มันสนุก..สุดๆไปเลย" ...จนกระทั่ง 1ปี ผ่านมา ได้เห็นว่าที่ WTC ก็มี rinks เหมือนกัน ความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนตอนนั้นก็กลับมา ..กลับมามากมายจริงๆ จนต้องเล่น.. เล่นจนมีรองเท้า Hockey (=รองเท้าที่มีลักษณ์แข็งที่ขอบข้อเท้าเหมือนรองเท้า Roller blade ไว้สำหรับใส่เล่น Hockey) เป็นของตัวเอง .. ...สนุกมาก.. สนุกมากๆ เลยนะ แต่ว่า ไอ้รองเท้าสีขาวๆ นั้นน่ะ.. มันทำให้เล่นได้ดีเหรอ..? "ไม่ ฉันไม่กล้าใส่หรอก..มันดูเปนผู้หญิงหวานแหว๋วเกินไป".. ทุกอย่างก็จบไปด้วยความเบื่อ ความสนุก ที่วิ่งวนไปวนมาบนลาน.... .......เบื่อซะแล้ว.... .... แต่เมื่อ... อีกครั้ง ที่เพื่อนๆ ชวนเล่น.. อีกครั้งที่มีบางอย่างเปลี่ยนไป... ..ตอนม. 3 ความรู้สึกตื่นเต้น และสนุก ก็กลับเข้ามาในหัวอีกรอบนึง... .... ตัดสินใจ.. กลับไปเล่นใหม่ และคราวนี้ คิดว่าต้องเล่นให้เก่ง เก่งจริงๆ.. จากรองเท้า hockey ที่แข็ง และทำได้แต่เพียงวิ่ง และหมุนตัวได้คล่องปรือ แค่นั้น.. ..กลายเป็นรองเท้าสีขาวที่เคยกลัวมันมาก่อน... "ถ้าไม่ลอง ก็คงไม่รู้สินะ" มันค่อนข้างหลวม เพราะเป็นมือ 2 แต่ถ้าให้ซื้อมือ 1 ราคาค่อนข้างแพงมากจริงๆ ...ใครจะคิดล่ะว่า มันจะทำให้บางสิ่งบางอย่างที่เคยฝันถึงอนาคต ถูกเปลี่ยนไปได้... .. เริ่มเข้า คอร์ส ที่เรียนกับครูฝรั่ง ชาวอังกฤษ (และเป็นเกย์....) ..... .."แย่จังนะที่ต้องมาเริ่มที่ Basic ใหม่ทั้งหมด... " แต่เพราะการเริ่มต้นที่เล่นเอง มันทำให้พื้นฐานไม่ถูกต้อง และจะพัฒนาการเล่นต่อไปไม่ได้.. ...จาก อาทิตย์นึง ครั้งนึง กลายเป็น วันเว้นวัน... ไม่สิ แทบทุกวันด้วยซ้ำ.. ..แล้วอะไรกันนะ .. ที่มีสเน่ห์ดึงดูด ความตื่นเต้นในใจ ให้รู้สึกอบอุ่นอย่างไม่เบื่อหน่ายเหมือนก่อน ....ความรู้สึกเหล่านั้น.... มันอะไรกันนะ... ... ..."ล้มอีกแล้ว.." ถ้าไม่ล้ม ก็คงไม่เก่งขึ้นหรอกนะ.. คิดดูซิ "ไม่ยอมแพ้หรอก... คอยดูสิ แค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้..." ระดับแรกสำหรับ figure (=ชื่อของสไตล์การเล่น ของเจ้ารองเท้าสีขาวนั่น) คือ Beginner... คือเดินและ การ Swizzle คือการทิ้งน้ำหนัก และควบคุมการเล่นให้ถูกต้อง ไม่ยากเลยนะ.."แต่น่าเบื่อเหลือเกิน" ..ระดับต่อมา..คือ Alpha เริ่มมีการ เดินเป็น ตัว 'S' ทั้งการใช้ด้านใน และนอก ของ Edge(= แผ่นเหล็กบางๆ ใต้เท้านั้นแหละ)... มันยากจัง ทำไมถึงรู้สึก สั่นๆ เหมือนไม่ค่อยมั่นคงเลย ...จน...Beta คือ... อะไรที่เปลี่ยน..เปลี่ยน... "ฉัน" ระดับ Beta-Gamma..และอะไรอีกไม่รู้(ลืม) ก่อนที่จะเข้าระดับ Level. ..... จะมีการถอยหลัง กลับตัว หยุด กระโดด เบื้องต้น... และเล่นในระดับที่สูงขึ้นไป ....."ยาก... ยากเหลือเกิน.." ตอนนั้นไม่รู้สิ... ทุกอย่างที่เคยเหมือนมีหมอกบางๆ มาบังหัวใจเอาไว้ ...ตอนนี้มันหายไปหมดแล้ว.. จากที่คิดว่าจะ "เก่ง" กลายเป็น "..ต้องเก่งกว่านี้...ต้องเก่งจนไปแข่งได้เลยสิ..." ไม่รู้ตัวหรอกนะ.. ที่ตั้งหน้าตั้งตา เล่นอย่างเอาจริงเอาจัง ทุกอย่างที่มี ถูกลืมเลือน ...ความฝัน..ที่เคยไม่เห็นอะไรที่แน่นอน... ตอนนี้ มีลานสีขาวโพลน กับอากาศเย็นๆ มาสัมผัส... ซะแล้ว...... .... "คู่นี้มีปัญหา อ.คริสโตเฟอร์ บอก" ใช่..รองเท้าที่ซื้อมือ 2 มา มันหลวมเกินไป.. และสิ่งที่สำคัญที่สุดของ การเล่น figure skate คือรองเท้านั่นเอง... ."..ทำไมล่ะ.. แพงแค่ไหนก็ตาม... แต่ใจที่ไปอยู่สูงกว่าท้องฟ้า.. ตอนนี้ไม่มีอะไรฉุดไว้ได้หรอกนะ..." เอาเงินทั้งหมดที่เคยเก็บไว้ แต่ขาดไปประมาณ 3000 บาท.. จึงต้องขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ ...แต่.. นั้นแหละ..เพื่อความฝัน และคงเป็นความตั้งใจที่เกิน 100 % ไปแล้ว.. ทำให้เค้าทั้งคู่ บอกว่าจะซื้อให้เอง.... "ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ"........ ..... รองเท้าใหม่... มือ 1 สีขาว... size 6.5-7 นี่แหละ... ... การนั่งมองมัน... ก็เหมือนมีอนาคตที่สวยงาม อนาคตที่เป็นความฝันอันยิ่งใหญ่... อยู่ด้านหลัง ...ไม่ได้เว่อหรอกนะ... มันไม่ได้ต่างอะไรไปจากการได้ทำสิ่งที่รักหรือชอบ... และมีความหวังกับมัน... เข้าใจใช่มั้ยล่ะ.... ....... ทุกอย่างพร้อมแล้ว... เล่น.. ซ้อม ..พยายาม.. ล้มแค่ไหนก็ต้องลุกขึ้นมา... " ไม่ยอมหรอก" ไปหาหนังสือ มาเรียนรู้เพิ่มเติม เปิด internet หาทุกอย่างที่จะช่วยพัฒนา skill ได้ แม้จะเป็นภาษาอังกฤษที่แสนลำบากในการแปลสำหรับเด็ก ม. 3 ก็ตามเหอะ... ...... จำได้ว่า มีเมลที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยใจที่ รัก และ ฝันใฝ่ไปได้สูงเกินเอื้อมเหลือเกิน.. coori_skate@hotmail.com (co-o-ri = ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ice) .... ทุ่มเท..ทุกอย่าง ทุ่มเททั้งใจและกาย ให้กับสิ่งๆนี้ ..."ฉันเดินมาไม่ผิด.. นี่แหละ ที่ของฉัน... ที่ๆ ฉันคือฉัน...!" ... ทุกๆครั้ง ที่จะก้าวขาออกไป... ทุกครั้งที่รู้สึกว่า ทั้งตัวได้สัมผัสกับไอเย็นๆ จากการวิ่งบน rink ......ฉัน...... รู้สึกได้...ถึงความเป็นประกายในแววตาของตนเอง... ......ฉัน...... หยุดความรู้สึกที่ บอกไม่ถูก ที่ทำให้รู้สึกสั่นไปทั้งตัว... ไม่ได้แล้ว ......ฉัน...... คงห้ามใจ... ที่บินออกไป...ขนาดนั้น...ต่อไปอีก ไม่ไหว... ....... ฉัน ..... จะ " บิ น " ... ("Wind Beneath My Wings") บินไปสู่ความฝันที่ยิ่งใหญ่นั่น... ฉันจะไป.... ไปที่นั่น... แม้ว่าจะไม่มีสิทธิ์ แม้จะเป็นเหมือนแค่ความฝันที่เปนจริงไม่ได้... ....แต่ใครจะห้าม... ฉัน...ได้อีกเหรอ...... แม้กระทั่งตัวฉันเอง... " ที่ของ ฉัน... ไม่ได้อยู่แค่ตรงนี้.. อีกต่อไป..." ......ฉัน จะ ไป... ฉัน จะ ทำ ให้ ดี ที่ สุด ...... ........ .... หวังว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อไปพัฒนา skill การเล่นให้เก่งระดับที่แข่งได้ ...ได้ขนาด Olympic.......... .... . . . แต่.. ...ช่วยไม่ได้นะ... ไม่มีคนใดในโลกสมหวังในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ง่ายๆ หรอก... ความทะเยอทะยานของฉัน..ถูกทำให้จบลงด้วย..สิ่งที่เรียกว่า"หมดโอกาส".... ... ความฝันของฉัน ถูกทำลายลง... และ ฉันต้องทิ้งและไม่สามารถหันกลับมามองได้อีก .... " มัน เจ็บ .... ใจ..." ... ขาที่เจ็บ หัวเข่าที่มีปัญหา แม้จะเล็กน้อย แต่ก็.... ... เปิดเทอมแล้ว.. ต้องขึ้นม.4 ... การเรียน..มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราเห็นอนาคตของตนเอง...ไปในทางที่ดีใช่มั้ย ... ... มีแข่ง แต่..ตรงกับสอบ... ... ไม่พร้อม ไปทุกอย่าง... ชุด หรือ การจัด โปรแกรม..(เวลาแข่ง) ไม่พร้อมเลย ... คอร์สปิดแล้ว.. ... เล่นด้วยความลำบากกับคนหมู่มาก.. "ไม่มีที่ให้ซ้อมเลย.." .อันตรายจะทำซ้อม ตรงนี้... "งั้นก็เล่นๆ ไปก่อนก็แล้วกัน.." ..." .....ไปก่อน แล้วกัน...." .... มันจบห้วนๆ ... ทั้ง...ๆ ที่ ไม่น่าปล่อยให้จบแบบนี้เลยใช่มั้ย... ...ฉัน ... หนีความจริง ...ฉัน ... กลัวกับสิ่งที่จะต้องยอมรับ... ... ฉัน.. ไม่กล้ากับไปอีก... ..... มาเริ่มต้นใหม่ กับ....... .....การทิ้งความฝัน... ....ความ ฝัน ที่ ทำ ให้ ฉัน รู้ สึก หายใจ เข้า ปอด ได้ เต็ม ที่... ราว กับ จะ บิน ได้ ใน ขณะ นั้น...... ..... ... ... ลาก่อน....... December 30 "ทรมาณ" บางสิ่งที่อยากทำก็ไม่ได้ทำ..หลายครั้งหลายคราว และก็ต้องอดทนให้มันผ่านพ้นไป สูญเสียไปทั้งที่รู้ว่าเวลานั้นจะไม่กลับคืนมา บางครั้งที่ต้องอดกลั้น เพื่อทอดทิ้งความต้องการที่แท้จริงของตัวเองไป ..พยายามหลอกตัวเอง สร้างตัวเองขึ้นมาอีกคน ทั้งที่แ้ท้จริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น แม้จะเข้าใจทุกอย่างดี และรู้ถึงสาเหตทุกอย่าง แต่ก็คล้ายกับความเห็นแก่ตัว ที่อยากจะได้ในสิ่งที่ไม่เคยมี ...ราวกับไม่เคยพอ ยิ่งรั้งมากเท่าไร ยิ่งจะทำให้รั้นมากขึ้นเท่านั้น คำว่าสักวัน..มันมากพอแล้ว เจ็บปวดทรมาณ.. มากเกินกว่าจะรับไหวได้อีก ต้องทำร้ายตัวเองด้วยการปิดบัง... ทั้งที่รู้แต่ก็ไม่สามารถห้ามสิ่งที่ตนเองเป็นได้ .. ก็แค่รักอิสระ ก็แค่นั้น แค่อยากเป็นตัวของตัวเองกว่านี้ แค่อยากให้สบายใจไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ทั้งที่รู้ทุกอย่าง...........แต่พยายามเท่าไรก็ราวกับ.. จะมีปาฏิหารย์เท่านั้น.. ที่ทำให้มีคำว่า "เป็นไปได้" ฉันจะต้องทรมาณแบบนี้ไปอีกเท่าไร อดทนเท่าไรก็ยิ่งทำร้ายตัวเอง สูญเสียความเป็นจริงไป แต่พอจะดิ้นรนก็เหมือนโซ่ที่รัดเข้าไปให้แน่นกว่าเดิม แล้วจะให้ฉันอยู่ต่อไปได้อย่างไร.. ทรมาณ มากเหลือเกิน.. |
Oldie til now
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|